บวชมาหนึ่งเดือน.....

posted on 01 Jun 2011 00:39 by theerawat-raprapyo
             สวัสดีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนนะครับ คิดถึงทุกๆคนครับ  ;w;/  หายจากบอร์ดจากบล็อก ไป 1 เดือนเต็มๆ (เดิมทีที่บ้านอยากให้บวชซักสามเดือน แต่ก็ติดเรียนนี่นะ =3=+)  ท่านพระอาจารย์และพระที่วัดใจดีมากๆ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และทัศนคติ ได้ฝึกสมาธิทุกวัน ฯลฯ  อื่ม....อาจจะเรียบเรียงไม่ค่อยเก่ง ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ขออภัยล่วงหน้าละกันครับ ;w;+
ตารางประจำวัน

3.50 - 4.30 น. ตื่น!!! แล้วมาล้างหน้าแปรงฟัน หรือจะสรงน้ำก็ได้ถ้าทัน

4.30 - 5.20 น. สวดมนต์, นั่งสมาธิ, แผ่เมตตา

5.20 – 5.50 น. ออกบิณฑบาตอบตลาดใกล้วัด มีโยมใส่บาตรเยอะมาก คุณพ่อคุณแม่ก็มาใส่ในบางวันด้วย^^+

5.50 – 6.25 น. จัดของใสชาม, ถวายข้าวพระพุทธ, ลาข้าวพระพุทธ, ฉันพร้อมกัน มีประมาณ 10 รูป

6.25 – 7.00 น. ล้างจาน เตรียมตัวไปทำวัตรเช้า

7.00 – 7.50 น. ทำวัตรเช้า (สวดมนต์, ท่องมนต์, คาถาบูชาพระต่างๆ )

7.50 – 11.00 น.  เป็นช่วงเวลาว่าง ใช้ในการดูหนังสือธรรมมะ, ท่องมนต์พิธีต่างๆ ( บทอิติปิโสใช้บ่อยมากๆ =w=”), ดูโทรทัศน์กับหนังสือพิมพ์(มันก็ต้องมีบ้างหล่ะนะ =3=) ถ้าเป็นพระที่อยู่วัดเอาพรรษาจะมีเรียนและสอบธรรมมะด้วย  ช่วงนี้มักจะมีโยมมาถวายสังฆทานเสมอๆ หรือแม้แต่พิธีสำคัญต่างๆ เช่น บวชพระใหม่ งานประจำปีต่างๆ งานสลากภัตร ฯลฯ

11.00 – 11.30 น. ฉันเพล!!! =___,=+ เป็นอาหารที่บางส่วนมาจากตอนเช้าและจากแม่ครัวกับคนดูแลครัวของกุฏิ (ป้าจิต, ป้าโอเชียร์) อาหารอร่อยมากครับ  =w=+b

11.30 – 17.00 น. เป็นช่วงที่ว่างสุดของวันแล้ว มักจะมีการฝึกท่องมนต์พิธีต่างๆ, ทำความสะอาดกุฏิ , กวาดลาน, ตอบถามปัญหาธรรม, นอนกลางวัน, ทำตัวลีบ,  ยกดัมเบล ( =w=+)  พระที่อยู่นานๆจะมีการเรียนพระธรรมด้วย

17.00 – 17.40 น. ทำวัตรเย็น

17.40 – 20.00 น. สรงน้ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย

20.00 – 21.30,22.00 น. สวดมนต์, เดินจงกลม, นั่งสมาธิ, ถามตอบปัญหาธรรม, พระอาจารย์ให้ความรู้

22.00 น. จำวัด

งานสำคัญๆที่ได้เข้าร่วม

-         งานบวชพระ ประมาณ 6-7 ครั้ง เพราะเป็นช่วงที่มีคนบวชเยอะ ในพิธีบวชจะต้องใช้พระ 10รูป

-         วันวิสาขบูชา เป็นครั้งแรกของผมที่ได้เวียนเทียนขณะที่เป็นพระ ;w;+

-         งานต้อนรับเปรียญ 9 ท่านชื่อว่ามหาเพชรเป็นเปรียญ 9 คนที่4 ของวัดเพชรสมุทรวรวิหาร อายุเพียง 26 พรรษาเท่านั้น พิธียิ่งใหญ่มาก

-         กลับไปเทศญาติโยมที่บ้าน เราต้องนำเกือบทุกอย่าง การให้ศีล การเทศ การอนุโมทนาพิธี เทศเรื่องอานิสงค์ของการบวช  ตื่นเต้นมากๆ มีผิดพลาดเล็กๆน้อยๆแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับ ^^+

-         อื่นๆเช่น งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานฉลองพระใหม่ งานสลากภัตร

 

ความรู้บางส่วนที่ได้มา

                  เคยถามหลวงลุงว่า ถ้ามีคนถามว่า แก่นของศาสนาพุทธคืออะไร เราจะตอบเค้าอย่างไรดี แล้วที่ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่าพระพุทธรูปหรือพระเครื่องเป็นเหมือนภูเขาบังพระพุทธศาสนาอยู่นี้เป็นความจริงหรือไม่ ? (จำได้คร่าวๆครับ แต่เอามาเรียบเรียงใหม่อีกที  แอบเปิดหนังสือด้วย =w=”)

 หลวงลุงท่านตอบว่า  ถ้าจะให้เปรียบศาสนาพุทธเป็นเสมือนต้นไม้  วัตถุมงคลต่างๆ วัดต่างๆ พระพุทธรูป ศาสนพิธีต่างๆก็เป็นเสมือนเปลือกไม้กับกระพี้ไม้ ถัดเข้ามาก็คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า  สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และคนพบก็คืออริยสัจสี่ สิ่งนี้เป็นเหมือนแก่นของพระพุทธศาสนา ต้นไม้มีแก่นอย่างเดียวก็จะอยู่ไม่ได้สู้แดดลมฝนหรือคำชูให้ยืนต้นอยู่ก็ไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องมีกระพี้มีเปลือกไว้คอยปกป้องและคุ้มแก่นเอาไว้เหมือนพระพุทธศาสนาที่จำเป็นจะต้องมีพิธีกรรมต่างๆ,ญาติโยมที่คอยใส่บาตรตอนเช้าหรือถวายสังฆทาน เพราะพระไม่สามารถจะประกอบอาชีพหรือทำมาหากินได้แบบฆราวาส

อริยสัจสี่ประกอบด้วย ทุกข์(ความทุกข์ที่เกิดขึ้น) สมุทัย(ต้นเหตุแห่งทุกข์) นิโรธ(ความดับทุกข์ หรือไม่มีทุกข์นั่นเอง) มรรค (ทางแห่งความดับทุกข์ ) มรรคหรือทางแห่งความดับทุกข์นั้น หรือมรรคมีองค์แปด ประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ คือการเห็นชอบ เห็นถูกเป็นถูก เห็นผิดเป็นผิด เข้าใจว่าอะไรคือทุกข์ อะไรคือสาเหตุแห่งทุกข์ อะไรคือทางที่นำไปสู่ความดับทุกข์ เป็นข้อที่สำคัญมาก สัมมาสังกัปปะ คือการดำริชอบ การที่มีความคิดที่ปลอดโปร่ง ไม่หมกมุ่นในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ที่เรียกว่ากามคุณ คือการไม่ยึดมั่นถือมั่นนั่นเองสัมมาวาจา คือการเจรจาชอบ การไม่พูดโกหก หยาบ ส่อเสียด เพ้อเจ้อ สัมมากัมมันตะ คือการงานชอบ การกระทำที่เป็นกายสุจริต สัมมาอาชีวะ คือการเลี้ยงชีพชอบ สัมมาวายามะ คือความเพียรพยายามชอบ สัมมาสติ คือการตั้งสติชอบ คือการตั้งสติพิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม  สัมมาสมาธิ คือการตั้งจิตมั่นชอบ คือทำใจให้สงบให้ระงับจากกิเลส เครื่องเศร้าหมอง ให้มีอารมณ์แน่วแน่เป็นอันเดียว  หลวงลุงกล่าว

มีหลายโอกาสที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับคนและพระในวัด บางครั้งก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองนั้นผ่านโลกมาน้อยซะจริงๆ แต่บางครั้งก็รู้สึกโชคดีที่บางเหตุการณ์เราไม่เคยประสบหรือลองทำด้วยตัวเอง  การชักชวน การพูดให้รู้สึกว่าสิ่งที่เค้าทำนั้นเห็นเรื่องปกติ เป็นสิ่งที่สังคมยอมรับ ก็ย่อมมีเกิดขึ้นบ้าง หรือบางครั้งฝั่งตรงข้ามไม่ได้ชวน แต่เราดันเริ่มรู้สึกคล้อยตาม มีอยู่ช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ถูกกับคำเหล่านั้น จนได้มาอ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่งชื่อว่า ถนนหนทาง พอจะเตือนสติตัวเองได้บ้าง ข้อความบางส่วนผมชอบมาก(จดมาเลยล่ะ =w=+b) มีความดังนี้

การต่อสู้กับอารมณ์ฝ่ายต่ำนี้เป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่เพราะเมื่อเอาชนะอารมณ์ฝ่ายต่ำได้แล้ว ชื่อว่าชนะได้ทุกอย่างจงมีชีวิตอยู่เพื่อต่อสู้กับความชั่วและสั่งสมความดีต่อไปเถิด

การต่อสู้เพื่อความดีก็เช่นกัน การทำความดีเป็นการพายเรือทวนกระแสน้ำ จะต้องออกกำลังจะต้องมีความรอบคอบในโลกนี้มีคนชั่วมากกว่าคนดี จึงมีกำลังถ่วงให้เห็นชั่วเป็นดี ให้เห็นผิดเป็นถูกอยู่เสมอ เช่นเห็นคนฉ้อโกงเป็นคนฉลาด เห็นคนมั่งมีเป็นคนมีเกียรติ  คนที่ทำความดีมีความซื่อสัตย์สุจริตกลับเป็นคนโง่ คนไร้เกียรติ

การต่อสู้ที่หนักยิ่งของชีวิตคือการต่อสู้เพื่อความดีดังนั้นพระพุทธองค์ทรงสอนว่า จงชนะความชั่วด้วยความดี คนดีคนชั่วเป็นของคู่กันเช่นเดียวกับสว่างและมืด ขาวกับดำ การทำสว่างให้มืด จะทำขาวให้ดำ เป็นสิ่งที่ง่าย แต่จะทำมืดให้สว่าง หรือดำให้ขาว เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก

            เอามาฝากแค่นี้ก่อนละกัน =w=+ เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สังคมไทยในขณะนี้ควรจะให้ความสำคัญให้มากขึ้นครับ

 

สิ่งที่จะทำในปีนี้หลังบวช (อายุก็เวียนมาจะสองรอบแล้วนี่นะ =w=+)

1.      ทำโปรเจคจบให้เสร็จOwO+9 ย้ากกก!!!  (เทอมนี้ต้องได้โมเดลที่ใช้ได้แน่นอนเป็นอย่างน้อย)

2.      ทำการ์ตูนส่งวิบูลย์กิจซักเรื่อง จะ16หน้าจบ หรือเล่มเดียวจบก็แล้วแต่ =w=+9 (แต่ออริ70หน้าตู จะครึ่งปีแล้วยังไม่เสร็จ ;w;a) โอ้ว!!!สู้!!

3.      เป็นคนดีของเตี่ยกับแม่ และคนในครอบครัว ;w;+9

4.      ใช้โปรแกรมMATHLAB ให้คล่องๆ

5.      ฝึกภาษาอังกฤษให้เจ๋งๆ อันนี้ท่าจะยากแฮะ =w=  (แล้วอันอื่นไม่ยากรึ!!! =[]=”)

6.      ลดน้ำหนักให้เหลือ 80 กิโล!!!  ตอนก่อนบวช 93 กิโล หลังบวชก่อนกลับบ้านเมื่อสองวันที่แล้ว 86 กิโล =w=+9 วันนี้ 87 กิโล ;w;”

7.      ทบทวนความรู้ที่เคยเรียนมาตอนป.ตรีกับตอนป.โทปีที่แล้ว

8.      ศึกษาฟังก์ชั่นในโฟโตฉอปให้ครบ

9.      เก็บข้อมูลกับร่างเนมของเรื่องยาว เป็นตอนๆคร่าวๆตั้งแต่ต้นจนจบ

10.  ตั้งใจเรียน เรียนอะไรมาจะทบทวนอาทิตย์ต่ออาทิตย์ให้เข้าใจ(จะได้ไม่เหนื่อยตอนก่อนสอบ)

11. หัดขับรถให้คล่องซะที (บอกว่าขับให้เป็นน่าจะถูกกว่าแฮะ เหอๆ)

12. ฝึกฝีมือการวาดการเขียนให้พัฒนาขึ้น 300%  (เลขมันเท่ดี!! =w=+9 )

13. คิดก่อนพูด ไม่พูดก่อนคิด จะไม่ปากไวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ;w;

14. ฝึกภาษาCให้คล่องๆ

15. และอื่นๆอีกมากมาย !!!!!!!!!! 55555555555 O[]o+b

เหมือนจะเยอะ!! แต่ปีนึงมีตั้งหลายวัน แถมต้องทำทีละข้อซะที่ไหนล่ะ 5555 โอ้ว!!!สู้!!!

 

         

 

ก่อนจะจบเอนทรี่นี้ขอขอบพระคุณท่านเตี่ยกับท่านแม่ รวมทั้งท่านลุงป้าน้าอาและท่านทั้งหลายที่ให้การสนับสนุนให้ผมได้บวชเรียน ขอขอบพระคุณท่านพระอาจารย์และหลวงพี่ที่คอยอบรมสั่งสอนขณะที่บวชเรียนอยู่ ขอขอบพระคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่สนับสนุนและอวยพรอย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ ^/\^  

edit @ 1 Jun 2011 01:00:06 by THEERAWAT

edit @ 1 Sep 2011 22:44:58 by THEERAWAT

Comment

Comment:

Tweet

Zufaellig bin ich auf eure Seite gelandet und muss feststellen, da